โรงแรม เดือนฉายรีสอร์ท ริมแม่น้ำแควใหญ่ กาญจนบุร                                             Language :
ศึกษาดูงานที่กาญจนบุรี
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ ท่ามะขาม
ศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน
เป็นศูนย์ถ่ายทอดความรู้และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ดำเนินงานภายใต้เครือข่ายป่าต้นน้ำ จังหวัดกาญจนบุรี ที่ทำงานด้านอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อมในจังหวัดกาญจนบุรี เป็นศูนย์ถ่ายทอดองค์ความรู้ โดยนำภูมิปัญญาท้องถิ่น นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ควบคู่ไปกับ
หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แก่ชุมชน และบุคคลทั่วไปได้นำไปใช้ในการดำเนินชีวิต รวมถึงความพยายามในการยกระดับและพัฒนางาน
เกษตรกรรมยั่งยืนของเกษตรรายย่อย และองค์กรชุมชนของภาคตะวันตก ให้มีความเข้มแข็งและเป็นที่ยอมรับในสังคมกว้างจะเห็นได้ว่าในปัจจุบัน
มีกลุ่มองค์กรต่างๆ ที่หันมาให้ความสนใจและสนับสนุนงานด้านเกษตรกรรมยั่งยืนทั้งภาครัฐและเอกชน
เป้าหมาย
มุ่งเน้นการเสริมสร้างศักยภาพคนในชุมชนเมืองและชนบทให้รู้จักพึ่งพิงตนเองเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันจากสิ่งรุกเร้าภายนอกให้ชุมชนสามารถดำเนิน
ชีวิตที่สอดคล้องกับธรรมชาติเป็นแนวทางไปใช้ปฏิบัติได้เหมาะสมตามภูมินิเวศ และสภาพแวดล้อมซึ่งเป็นพื้นฐานในการพัฒนาศักยภาพของ
ตนเองครอบครัวและชุมชน
วัตถุประสงค์
1.เพื่อเป็นศูนย์ค้นคว้าวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ เพื่อการกสิกรรม การเพาะเลี้ยงสัตว์ การพลังงาน แพทย์เภสัชกรรม การจัดการสิ่งแวดล้อม
โดยใช้ภูมิปัญญาตะวันออก
2.เพื่อเป็นศูนย์ฝึกอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ ด้านเกษตรอินทรีย์ เพื่อการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืนโดยยึดแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงให้กับเกษตรกร
นักเรียน ข้าราชการ ประชาชน
3.เพื่อเป็นศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีประจำจังหวัด
4.เพื่อเป็นสถานที่จัดทำแปลงสาธิต ในเรื่องการนำเทคโนโลยีชีวภาพมาใช้กับสมุนไพร พืชผักสวนครัว และเป็นแปลงตัวอย่างให้กับกลุ่ม
เกษตรกรในท้องถิ่น และเกษตรกรอื่นๆ ที่สนใจ
5.เพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้กับผู้ที่สนใจทางด้านการเกษตรแบบธรรมชาติ เข้ามาแวะและแสวงหาความรู้
ฐานเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง
ชี้แนวทาง “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” เน้นการผลิตให้เพียงพอกับความต้องการบริโภค ในครัวเรือนเป็นหลัก เหลือจากการบริโภคจึงคิดถึงการผลิตเพื่อ
การค้า โดยสร้างสิ่งอุปโภคบริโภคในที่ดินเปล่าของตนเอง เช่น ข้าว น้ำ ปลา ไก่ ผลไม้ พืชผัก ฯลฯ หากเป็นชุมชนเมืองส่วนใหญ่ ก็มีปัญหา
ด้านการจัดการขยะ ก็ต้องมาดูเรื่องการคัดแยกขยะ ที่ต้องเริ่มตั้งแต่ครอบครัวและขยายสู่ชุมชน ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้หมายถึงรายได้อย่าง
เดียวหากยังรวมถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ ของชุมชนบนพื้นฐานของภูมิปัญญาท้องถิ่น
ฐานน้ำยาเอนกประสงค์
เป็นการนำเปลือกมะนาว มะกรูด สับปะรด เศษมะขามเปียก ของเปรี้ยวทุกชนิด มาหมัก กับน้ำตาลทรายแดง ระยะหนึ่งแล้วนำน้ำหมัก
จุลินทรีย์มาผสมกับน้ำด่าง ( ขี้เถ้าแช่น้ำสะอาดประมาณ 15 วัน ) เกลือ และ N70 ตามสูตรจะได้น้ำยาอเนกประสงค์ไว้ใช้ทั้งล้างจาน
ซักผ้า ถูบ้าน ล้างห้องน้ำ สระผมฐานปุ๋ยชีวภาพ / สมุนไพรไล่แมลงการนำมูลสัตว์ในคอกหมูที่นำมาเป็นปุ๋ยใส่ต้นไม้ได้เลยจะช่วยลด
ต้นทุนปุ๋ยเคมี ส่วนน้ำหมักชีวภาพจากเศษผัก เศษอาหาร เศษผลไม้ ก็ใช้กับพืชผักผลไม้ ช่วงเจริญเติบโต หรือช่วงออกดอก หรือเร่งราก
ให้ต้นไม้แข็งแรง การใช้สมุนไพรไล่แมลงและหนอนในแปลง ใช้วัตถุดิบที่มีในแปลงหรือท้องถิ่น เช่น ฝักคูนนำมาไล่หนอน หรือตะไคร้ ข่า
ขมิ้น ในการกันเชื้อรา ผสมเสือหมอบ สะเดา เพื่อลดการใช้สารเคมี
ฐานก๊าซชีวภาพ
เป็นฐานเรียนรู้ที่มีประโยชน์มาก เพราะผลิตก๊าซหุงต้มได้เอง โดยใช้มูลสัตว์เป็นเชื้อหมัก จากนั้นเติมอาหารเลี้ยงจุลินทรีย์ ก็จะได้ก๊าซหุงต้ม
ไว้ใช้ในครัวเรือน เป็นการลดค่าใช้จ่ายอีกทาง
ฐานน้ำส้มควันไม้
เป็นการนำเศษกิ่งไม้เข้าเตาเผาน้ำส้มควันไม้ ใช้ถังขนาด 200 ลิตร เป็นตัวเตา อาศัยความร้อนไล่ความชื้นในเนื้อไม้ที่อยู่ในเตา ทำให้ไม้กลาย
เป็นถ่านหรือที่เรียกว่ากระบวนการคาร์บอนไนเซชั่น ด้วยโครงสร้างที่มีลักษณะปิด ทำให้สามารถควบคุมอากาศได้ จึงไม่มีการลุกติดไฟ เนื้อถ่าน
จึงมีคุณภาพ และผลพลอยได้คือ น้ำส้มควันไม้ ที่นำไปใช้เป็น สารไล่แมลง ฆ่าเชื้อรา ป้องกันแมลงวางไข่ฉีดป้องกัน มด ปลวก ด้านปศุสัตว์
ลดกลิ่นแมลงในฟาร์ม หรือพ่นถังขยะป้องกันแมลงวัน ที่สำคัญปลอดภัย จากสารเคมี
ฐานเกษตรธรรมชาติ
การทำเกษตรแบบประณีต เน้นการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยยึดหลักธรรมชาติ ที่ระบบนิเวศเกื้อกูลกัน การแบ่งที่ดินปลูกพืชหลากหลาย
ชนิด ตั้งแต่ต้นไม้ระดับเรือนยอดสูงประเภทไม้ใช้สอย รองลงมาเป็นเรือนยอดชั้นกลางประเภทผลไม้ ขนุน มะม่วง ส้มโอ จนถึงชั้นเรี่ยดิน ประเภท
ผัดใบต่างๆ จนถึงประเภทใต้ดิน เช่น มัน กระชาย ขมิ้น ทั้งหมดสามารถอยู่ร่วมกันได้ อย่างกลมกลืน เจริญงอกงามดี เพราะใบไม้ที่ทับถม
แปรสภาพเป็นปุ๋ย บำรุงดินทำให้ดินดีและชุมชื้น ผลผลิตยังสร้างรายได้ให้อย่างสม่ำเสมอกว่าพืชเชิงเดี่ยว
ฐานหมูหลุม
การเลี้ยงหมู โดยการขุดหลุมแล้วใส่แกลบ,รำหรือขี้เลื่อยใบไม้แทนพื้นซีเมนต์ เมื่อถ่ายมูลและปัสสาวะก็จะใช้น้ำหมัดชีวภาพ ผสมน้ำราด ทุก 2 –
3 วัน ต่อครั้ง เพื่อช่วงดับกลิ่น และย่อยสลายมูลจนไม่มีกลิ่นเหม็น หมูจะโตไว น้ำหนักดี เนื้อแน่น ไขมันน้อยเพราะได้ออกกำลังกายอยู่เสมอ
เมื่อครบระยะประมาณ 4 เดือน ก็จำหน่ายหมูออกแล้วตักแกลบที่ใส่ในคอกออกไปเป็นปุ๋ยใส่ต้นไม้ได้เลย การเลี้ยงหมูหลุมนั้นทำได้ทุกครอบครัว
ตามกำลังคนในบ้าน ไม่ต้องเลี้ยงมากจนดูแลไม่ไหว หัวอาหารก็ใช้เพียงเล็กน้อยเพราะส่วนใหญ่จะใช้ผักที่มีในแปลงปลูกอีก ทั้งการเลี้ยงหมูหลุม
เน้นต้มอาหารผสมผักให้กิน แทนการให้หัวอาหาร หรืออาหารเม็ดล้วนแบบฟาร์มใหญ่ เพราะถ้าเลี้ยงแบบนั้น ต้องเสียเงินซื้อหัวอาหาร ต้นทุนจะ
สูงถึงเวลาขายคนเลี้ยงเหลือกำไร ส่วนการรักษาพยาบาล เช่น บอระเพ็ด ฟ้าทะลายโจร เสลดพังพอน ใบฝรั่งและขี้เหล็กในการถ่ายพยาธิ และ
ยังมียาดองสมุนไพรผสมน้ำให้หมูกินเพื่อเจริญอาหารด้วย
ฐานแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร
เป็นการฝึกปฏิบัติการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มเกษตรกร